13 กรกฎาคม 2020

รีวิวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ไปชมฟุตบอลถึงประเทศอังกฤษต้องทำอย่างไรบ้างนะ

รีวิวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก วันนี้ผู้เขียน อยากมาแนะนำ วิธีการไปชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ถึงประเทศอังกฤษ ว่ามีอะไรบ้าง

รีวิวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เชื่อว่าแฟนบอลอังกฤษทุกคนนั้น คงอยากมีโอกาสได้ไปนั่งเชียร์บอลสดๆ ในสนามด้วยตัวเองสักครั้งในชีวิต เพื่ออรรถรสในการรับชม

ได้ฟังเสียงเชียร์ อีกทั้งอาจจะได้เจอนักเตะในดวงใจ แบบตัวจริงเสียงจริง ยิ่งถ้าได้เดินทางไปแบบประหยัด ได้โปรโมชั่น ส่วนลด หรือCash Backให้เยอะๆ ไม่ต้องกลัวว่า ตอนกลับไทยแล้ว ไม่เหลือกินเหลือใช้นั้น

ก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ในบทความนี้ ผู้เขียนจะพูดถึงวิธี การเตรียมตัวไป ดูบอลที่อังกฤษ แบบละเอียด อธิบายเรื่อง ที่คุณควรรู้ทั้งหมด รวมถึงแนะนำ  วิธีไปเที่ยวแบบประหยัดค่าใช้จ่าบ

สำหรับแฟนบอลโดยการใช้ส่วนลดจาก OTA ต่างๆ ที่เค้ามีแจกกันอยู่เรื่อยๆ รวมถึงวิธีไปเที่ยวให้คุ้มค่ากว่าเดิม โดยการใช้ ShopBack 

ควรตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่า มีความพร้อมที่จะไปหรือไม่ ดังนี้

1. มีเงินเท่าไหร่

คำถามที่เรามักจะได้เห็นกันบ่อยๆ ตามเว็บบอร์ดคือ ไปดูบอลที่อังกฤษต้องเตรียมเงินไว้อย่างน้อยเท่าไหร่ ซึ่งคำตอบของคำถามนี้จริงๆ แล้วก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลค่ะ

งั้นตอนนี้ผู้เขียนขอแนะนำ ว่าถ้าอยากไปดูบอลที่อังกฤษ ควรเตรียมเงินไว้ซัก 120,000บาท ต่อทริปยาว 7 วัน กำลังดีไม่มากไม่น้อยไป จากนั้น

ตัวเลข 120,000 นี้ แยกไปใช้จ่ายอะไรบ้าง

1. ค่าตั๋วเครื่องบิน ประมาณ 50,000บาท อันนี้คือตีเป็นเลขกลมๆ สำหรับเที่ยวบินตรงจากไทย แต่คุณสามารถหาตั๋วไป – กลับราคาถูกกว่านี้ได้ โดยหาพวก ส่วนลดและโปรโมชั่น ตั๋วเครื่องบินของ Expedia

หรือจะจองตั๋วแบบ ใช้ทริคหน่อยก็ได้ จังหวะดีๆ อาจจะได้ตั๋วไป – กลับประมาณ 20,000 ต้นๆ 

2. ค่าที่พัก ประมาณ 18,000บาท

อันนี้ก็ตีเป็นเลขกลมๆ อีกเหมือนกัน โรงแรมระดับกลางๆ เรทจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 4,000บาทต่อคืน ตีว่าเราต้องนอนโรงแรม 5 วัน  แต่คุณสามารถหาที่ราคาถูกๆ ได้เช่นกัน

จะนอนโฮสเทลคืนละ 800 ยังได้เลย

3. ค่าตั๋วเข้าสนาม ประมาณ 5,000 – 6,00 บาท (รวมค่าสมัครสมาชิกสโมสรด้วย) 

4. ค่าอาหาร ประมาณ 10,000บาท
2,000 บาทต่อวัน ถือเป็นงบที่ไม่ถูกและแพงเกินไป ในการหาอะไรกินในอังกฤษ ไปต่างประเทศทั้งที เราคงไม่อยากกินฟาสต์ฟู้ดทุกมื้อ แน่นอน

5. ค่าเดินทาง ประมาณ 8,000บาท
กรณีเดินทางโดย รถไฟและบัสเป็นหลัก ค่าใช้จ่าย 5 – 6 วันก็จะอยู่ประมาณนี้

6. ค่าช้อปปิ้ง และค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ เช่น ซื้อของที่ระลึก ฯลฯ  ประมาณ 20,000 บาท

ในฐานะแฟนบอล ไปถึงที่แล้วก็คงต้องอยาก ที่จะได้ของติดมือกลับมา ได้มีเสียเงินเข้ามิวเซียม และเสียเงินซื้อของจากร้านขายของที่ระลึ กของสโมสรแน่นอน 

7. ค่าวีซ่า ประมาณ 4,000 บาท

ปรเทศอังกฤษต้องใช้วีซ่าค่ะ ค่าวีซ่าจริงๆ ตกประมาณ 3,900 บาท อีก 100 นั่นบวกเข้าไปเป็นค่าเดินทางไปทำวีซ่า

จะเห็นได้ว่า ค่าใช้จ่ายหลักๆ ในการไปดูบอล ที่อังกฤษจะอยู่ที่ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโรงแรมที่พัก และค่าตั๋วเข้าชม แต่ที่หนักสุดก็ค่าตั๋วเครื่องบินนี่แหละ เนื่องจากว่าการบินไปประเทศอังกฤษ

ถือเป็นการบินระยะไกล ถ้าจะบินตรง ก็ต้องไปกับสายการ Full Servicesเท่านั้น ไม่มีสายการบิน Low cos ให้บริการ ซึ่งตั๋วชั้น Economy สำหรับมนุษย์เงินเดือน

ก็ยังจัดว่าเป็นค่าใช้จ่าย ที่สูงอยู่ดี แถมเป็นค่าใช้จ่าย ที่เลี่ยงไม่ได้ด้วย เรื่องของตั๋วเครื่องบิน

(ทางผู้เขียนจะอธิบายแบบละเอียดๆ ในหัวข้อถัดไป ถ้าคุณมองหา ส่วนลดสำหรับซื้อตั๋วเครื่องบิน อยู่ โปรดติดตามได้เลยค่ะ)

นอกจากค่าตั๋วเครื่องบิน ก็จะมีค่าที่พักอีก หลายคนอาจจะโอเค กับการนอนโฮสเทล หรือมีบ้านเพื่อน บ้านญาติให้ไปอาศัยพักได้ ก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ไปได้ 

แต่จริงๆ แล้วการนอนโรงแรมนสบายกว่าแน่นอน เพื่อความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะกรณี พาแฟนหรือครอบครัวไปด้วย 

2. จะไปกี่วัน คิดจะไปแล้วก็ต้องเช็คก่อน เลยว่าคุณมีเวลากี่วัน สำหรับการไป ประเทศอังกฤษ ถ้ามีเวลาไม่ถึง 7 วัน อย่าเพิ่งไปดีกว่าค่ะ เพราะคุณต้องใช้เวลาเป็นวันๆ บนเครื่องบิน

กรณีบินแบบปกติ (บินตรง, บินไป transit ที่ hub ของสายการบินนั้นก่อน) คุณก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ 12 – 15  ชั่วโมง ไม่รวมดีเลย์แล้วนะ ถ้าใครมีเวลาไม่ถึง 7 วัน

แนะนำว่ารอสะสม วันลาพักร้อนไว้เยอะๆ แล้วค่อยไปทีเดียวดีกว่า 

3. จะไปที่ไหนบ้าง ข้อนี้จะเป็นตัวกำหนด ค่าเดินทางที่คุณต้องใช้ในทริปนี้ ส่วนใหญ่แฟนบอล ก็มักจะอยากไปเยือนสโมสร และสนามเหย้าของทีมที่ตัวเองเชียร์ ซึ่งสนามแต่ละแห่ง ก็อยู่ต่างเมืองกัน

โดยหลักๆ มีดังต่อไปนี้ค่ะ

เด็กผี – ไป สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด (Old Trafford) ของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อยู่ที่เมืองโอลด์ แทรฟฟอร์ด เกรทเตอร์แมนเชสเตอร์

เด็กหงส์ – ไป สนามแอนฟีลด์ (Anfield) ของสโมสรลิเวอร์พูล อยู่ที่เขตแอนฟีลด์ เมืองลิเวอร์พูล

เด็กปืน – ไป สนามเอมิเรตส์สเตเดียม (Emirates Stadium) ของสโมสรอาร์เซนอล อยู่ที่เขตแอชเบอร์ตันโกรฟ ลอนดอน

เด็กสิงห์ – ไป สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ (Stamford Bridge) ของสโมสรเชลซี อยู่ที่เขตฟูแลม ลอนดอน

เด็กเรือใบฟ้า – ไป เอทิฮัดสเตเดียม (Ethihad Stadium) ของสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ อยู่ที่สปอร์ตซิตี้ ถนนโรว์สลีย์ แมนเชสเตอร์ 

ก่อนเดินทางไป จะต้องขอวีซ่าด้วยนะค่ะ

เชื่อว่าส่วนใหญ่ น่าจะมี Passport กันอยู่แล้ว แต่ถ้ายังไม่มี การทำพาสปอร์ต เดี๋ยวนี้ก็ใช้เวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้นเอง และสำนักงานหนังสือเดินทาง หลายแห่งก็เปิด ให้ไปทำพาสปอร์ต ในวันเสาร์ด้วย (เช่น ในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินคลองเตย หรือศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ เป็นต้น) ค่าธรรมเนียมประมาณ 1,000บาทเท่านั้น

ขั้นตอนการขอวีซ่า ไปอังกฤษก็ไม่ยาก เราต้องยื่นขอ กับตัวแทนรับทำวีซ่า ซึ่งสำหรับประเทศไทยก็มี VFS Global Thailand ดูแลอยู่ ให้คุณเริ่ม จากการเข้าไป กรอกข้อมูลบนเว็บไซต์ Visa4uk แล้วพิมพ์แบบฟอร์ม ที่กรอก เสร็จสมบูรณ์แล้วออกมา จากนั้นติดต่อ นัดหมายยื่นขอวีซ่า ผ่านเว็บไซต์ของ VFS  ค่าใช้จ่าย จะอยู่ที่ประมาณ 3,900บาท

เอกสารที่ต้องเตรียม ในการขอวีซ่าท่องเที่ยวไปสหราชอาณาจักร ได้แก่

– หนังสือเดินทางอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า 

– สำเนาเอกสารหนังสือเดินทางที่มีรูปถ่าย วันที่ออก/วันหมดอายุ – รูปถ่ายขนาด 2×2 นิ้ว หรือ 35×45 มิลลิเมตร พื้นหลังสีขาว 2 รูป ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน 

– ทะเบียนบ้านเล่มจริง บัตรประชาชนตัวจริง และเอกสารอื่น ๆ ฉบับจริง 

– สำเนาทะเบียนบ้าน/บัตรประชาชน/ทะเบียนสมรส/ใบหย่า/ใบเปลี่ยนชื่อ/ใบเปลี่ยนนามสกุล 

– กรณีสมรส สามารถใช้บัญชีเงินฝากของสามีหรือภรรยามายื่นควบคู่กันได้ แต่ต้องมีทะเบียนสมรสมายืนยัน –

– กรณีสมรสแต่ไม่ได้จดทะเบียน ต้องมีจดหมายรับรองเป็นภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสถานะของทั้งสองคน พร้อมลงชื่อรับรอง

(แต่หากคู่สมรสไม่ได้เดินทางไปด้วย อาจต้องแนบบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านและหลักฐานการทำงาน ของคู่สมรสด้วย)

– สำเนาบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หรือบัญชีเงินฝากประจำ (ไม่นับรวมเงินฝากกระแสรายวัน) ย้อนหลัง 6 เดือน ถ่ายสำเนาทุกหน้า

หากเล่มปัจจุบันมีอายุไม่ถึง 6 เดือนให้นำเล่มเก่ามาด้วย/Bank Guarantee ตัวจริงจากทางธนาคาร 

– สมุดบัญชีเงินฝากเล่มจริง ฝากเงินมาไม่ต่ำกว่า 1 ปี ปรับยอดสมุดจนถึงปัจจุบัน หรือ Bank Guarantee ตัวจริงจากทางธนาคาร 

– ใบจองตั๋วเครื่องบิน ที่ระบุวันเดินทางไปกลับชัดเจน 
– ใบจองตั๋วโรงแรม หรือหลักฐานที่พักในอังกฤษ ในกรณีที่ไปพักบ้านญาติ ต้องมีจดหมายเชิญ ระบุสถานที่พัก ชื่อ-นามสกุลของผู้เชิญ ระยะเวลาที่พำนัก

พร้อมแสดงหนังสือเดินทางของผู้เชิญและหลักฐานที่อยู่อย่างชัดเจน 

– ประกันการเดินทางสำหรับการท่องเที่ยวต่างประเทศ วงเงินขั้นต่ำ 1,500,000.00 บาท

หากคุณเป็นพนักงานบริษัท อย่าลืมขอ หนังสือรับรองการทำงาน ที่ระบุเงินเดือน ตำแหน่ง วันที่เริ่มงาน ระบุเป็นภาษาอังกฤษ กับทาง HR ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ นะครับ

จองตั๋วเครื่องบินราคาประหยัดจาก Expedia และรับเงินคืนจาก ShopBack

เรื่องการจองตั๋วเครื่องบินไปอังกฤษนี่ นับว่าเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายคน ก่อนไปถึงเรื่องเทคนิค การจองตั๋วเครื่องบิน ให้ได้ในราคาประหยัด แนะนำเส้นทางการบิน กรุงเทพ – ลอนดอน

และระยะเวลาโดยประมาณที่ใช้ในการเดินทาง โดยเป็น 5 กลุ่มสายการบิน เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ ดังข้างล่างนี้ค่ะ

1. กลุ่มบินตรง เช่น การบินไทย, British Airways, EVA Air จะใช้เวลาบิน กรุงเทพ – ลอนดอน ประมาณ11- 12 ชั่วโมง กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สะดวกที่สุดในแง่ของการไม่ต้องไป Transit ต่างประเทศ

และใช้เวลาเดินทางน้อยสุด แต่ถ้าคุณจองชั้นประหยัดไป จึงอยากแนะนำว่าอย่าบินตรงเลยดีกว่า เพราะมันนั่งจนเมื่อย เนื่องจากระยะทางมันไกล

2. กลุ่มสายการบินเอเชียแปซิฟิก เช่น Singapore Airlines หรือ คาเธ่ย์ฯ ปกติจะต้องบินจากกรุงเทพสู่ Hub ที่ประเทศตัวเองก่อน จากนั้นจะเปลี่ยนเครื่อง แล้วบินสู่ลอนดอน ใช้เวลาจาก กรุงเทพ ไป Hub ที่บ้านเค้าประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง และไปลอนดอนอีก 11 – 12 ชั่วโมง เวลาเดินทางรวมๆ จะอยู่ที่ประมาณ 14 – 15 ชั่วโมง ถ้าจองสายการบินพร้อม ที่พักกับAgoda จะมี ส่วนลดให้จองโรงแรมได้ในราคาพิเศษด้วยครับ เผื่อใครอยากไปเที่ยวระหว่าง Transit ที่ฮ่องกง และนอนฮ่องกงซักคืน

3. กลุ่มสายการบินตะวันออกกลาง เช่น Emirates, Etihad บินจากกรุงเทพสู่ Hub ในตะวันออกกลางที่ ใช้เวลาประมาณ 6 – 7 ชั่วโมงบินไปตะวันออกกลาง และอีก 6 – 7 ชั่วโมงบินจากตะวันออกกลางไปลอนดอน

4. กลุ่มสายการบินรัสเซียและสแกนดิเนเวีย เช่น Aeroflot Finnair กลุ่มนี้จะบินจากกรุงเทพไป Hub ที่ประเทศเค้า ใช้เวลาประมาณ 10 – 11 ชั่วโมง

จากนั้นบินต่อจากประเทศเค้าไปลอนดอนอีก 2 – 3 ชั่วโมง ถ้าเน้นตั๋วถูกก็มองหาสายการบินรัสเซียไว้เลยครับ เพราะถือเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างอ้อม ใช้เวลาบินนาน เวลาลดทีก็จะได้ถูกกว่าเจ้าอื่นๆ ยิ่งซื้อตอนมี ส่วนลด Expedia นี่ยิ่งถูกสุดๆ 

5. กลุ่มสายการบินโซนยุโรปตะวันตก เช่น Air France, Lufthansa บินจากกรุงเทพสู่ Hub ในยุโรปตะวันตกอย่าง ปารีส, แฟรงค์เฟิร์ต ฯลฯ จากนั้นจะเปลี่ยนเครื่องแล้วบินสู่ลอนดอน จากกรุงเทพไปยุโรปตะวันตกจะใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง และบินไปลอนดอนอีกประมาณ 1.30 – 2 ชั่วโมง
 
วิธีการจองตั๋วเครื่องบินให้คุ้มนั้น ยังมีอยู่หรือไม่ ถ้ามีต้องทำอย่างไร

1. จองกับ OTA (Online Travel Agent) แบบใช้ทริคพิเศษ วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการประหยัดให้ถึงขีดสุด มีวันพักร้อนเหลือเฟือ และไม่กลัวเหนื่อย แนะนำดังนี้ค่ะ

– ให้จองล่วงหน้านานๆ อย่างน้อยซัก 14 สัปดาห์ 

– เลือกสายการบินที่ไป transit หลายๆ ประเทศ หรือไม่ก็บินอ้อม จะใช้เวลาเดินทางนานหน่อย จะได้ตั๋วราคาถูกลงเยอะ

แต่ในการจองล่วงหน้าและ Transit หลายที่ท่านก็ต้องเผื่อใจไว้ด้วยว่า อาจจะโดยสายการบินเลื่อนไฟลท์ หรือเจอปัญหาเฉพาะหน้าบางอย่างแล้ว ต้องเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทางกะทันหัน 

– อย่าบินตรง แนะนำซื้อตั๋วโลว์คอสบิน ไปประเทศอื่นก่อน (ฮ่องกง ญี่ปุ่น อะไรก็ว่าไป) แล้วซื้อตั๋วเครื่องบินจากประเทศนั้น ต่อไปอังกฤษ แต่มีข้อต้องระวังเช่นกัน

ถ้าตั๋วขาใดขาหนึ่งเกิดดีเลย์หนักๆ ความซวยจะบังเกิดทันที ท่านอาจจะได้เสียเงินจ่ายค่าตั๋วขาต่อๆ ไปแบบฟรีๆ และอาจซวยกว่านั้น ถ้าขอวีซ่าแล้วได้จำนวนวันมาแบบจำกัด

แต่ดันโดนเลื่อนไฟลท์แบบยาวๆ จนเกินจำนวนวันที่ได้วีซ่า

2. จองในช่วงที่มีโปรโมชั่นของสายการบินนั้น ซึ่งจะยุ่งนิดหน่อยตรงที่ต้องคอยติดตามข่าวโดยตรงจากสายการบินและพวกเพจแชร์โปรโมชั่นต่างๆ ชนิดวันต่อวัน เพราะโปรและตั๋วดีๆ มักจะไปเร็วมาก ส่วนใหญ่จะได้ราคาพิเศษเฉพาะในช่วง Low Season

3. จองในช่วงที่มีเทศกาลช้อปปิ้งต่างๆ ซึ่งพวก OTA ใหญ่ๆ มักจะเข้ามาแจมด้วย ซึ่งตอนนี้ก็มี Shopfest ที่จัดยาวไปถึงต้นปีหน้าที่พอจะหาตั๋วราคาพิเศษได้ครับ อย่างช่วง 9.9 Sales ที่ผ่านมา Expedia และ Booking ก็แจกดีลพิเศษกันกระหน่ำ และให้เงินคืนอีก 10% ถ้าเราจองผ่าน ShopBack ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

จองที่พักราคาถูกด้วยส่วนลดจาก Booking.com เว็บไซต์จองโรงแรมชื่อดัง

สำหรับการไปเที่ยวประเทศโซนยุโรป ขอแนะนำในใช้ ส่วนลด Booking จองโรงแรมห้องพักได้เลย เพราะโซนยุโรปและอเมริกาเหนือ เป็นโซนที่ Booking เค้าแข็งแรงมากๆ ส่วนลดและข้อเสนอต่างๆ ก็จะมีมาเรื่อยๆ ทั้งปี ล่าสุดก็มีมิดเยียร์ดีล ที่ลดราคาที่พักในปลายทาง ยอดนิยม ซึ่งมี ลอนดอน ด้วย

สำหรับการจอง ให้ได้ราคาถูกๆ ผมแนะนำให้เลือ กจองล่วงหน้าซัก 2 – 3 เดือนเป็นอย่างน้อย และจองผ่านเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่น ShopBack เพื่อให้ได้เงินคืน 6 – 10% ก็จะเหมือนได้ส่วนลดเพิ่มเติม จากส่วนลดของ Booking ที่สำคัญเราสามารถใช้ควบคู่ไป กับโค้ดส่วนลดและข้อเสนอต่างๆ ที่ทางบุ๊คกิ้งมีให้ด้วย

เวลาเลือกโรงแรม ขอแนะนำให้เลือกจาก ระยะทางระหว่างโรงแรม กับสถานีรถไฟ เอาให้ใกล้และเดินทาง ได้สะดวกที่สุด สำหรับการจองโรงแรม กับเว็บบุ๊คกิ้ง เค้าจะมีดีลรายวันทุกๆ วัน ให้กดเลือกที่ ดีลสุดคุ้มสำหรับวันนี้ วันไหนเกิดโชคดี ก็จะได้นอนโรงแรม 4 ดาวขึ้นไ ปในราคาถูกเป็นพิเศษกันเลยที่เดียว ที่สำคัญอยากให้เลือกโรงแรม ที่เราสามารถยกเลิกได้ฟรีด้วย เนื่องจากเราจองทั้งโรงแรม และตั๋วเครื่องบินล่วงหน้านาน ไม่รู้ว่าจะมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นหรือเปล่า ให้กันไว้ก่อนดีกว่าเสียเงินฟรีๆ ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *